สารบัญ
ปัญหา “น้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ควบคุมมลพิษ” เป็นเรื่องที่หลายสถานประกอบการกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นตลาด ศูนย์อาหาร โรงแรม คอนโด หรือโรงงานอุตสาหกรรม
หลายแห่งลงทุนระบบบำบัดไปแล้ว แต่ผลลัพธ์กลับยังไม่ผ่านมาตรฐาน เสี่ยงถูกร้องเรียน หรือถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ
ความจริงคือ การแก้ปัญหาน้ำเสียอย่างยั่งยืน ไม่ควรเริ่มจากการซื้อเครื่องใหม่ทันที
แต่ควรเริ่มจากการ “เข้าใจปัญหาเชิงระบบ” ผ่านการประเมินหน้างานอย่างถูกต้อง
นี่คือเหตุผลที่บริการ ที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย มีบทบาทสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด

ทำไมน้ำทิ้งถึงไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่มีระบบบำบัดแล้ว?
จากประสบการณ์การลงพื้นที่ให้คำปรึกษา ปัญหาที่พบจริงมักเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- ระบบบำบัดเดิมเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
- ระบบถูกออกแบบไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำเสียจริง
- เครื่องจักรเก่า ประสิทธิภาพลดลง ซ่อมบ่อย
- คุณภาพน้ำเข้า (Influent) แปรปรวน แต่ระบบไม่สามารถควบคุมได้
- พื้นที่จำกัด ทำให้ไม่สามารถขยายระบบแบบเดิม
- มีกลิ่นรบกวน ส่งผลต่อชุมชนโดยรอบ
หลายโครงการ แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น เพิ่มสารเคมี หรือเปลี่ยนเครื่องบางส่วน
แต่ไม่เคยประเมินโครงสร้างระบบเดิมอย่างเป็นระบบ จึงทำให้น้ำทิ้งยังไม่ผ่านเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
บริการที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย คืออะไร และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร?
บริการที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย คือการให้คำแนะนำเชิงวิศวกรรม โดยเริ่มจากการวิเคราะห์หน้างานจริง เพื่อออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะกับ พื้นที่จริง งบประมาณจริง และข้อกำหนดทางกฎหมาย
เราไม่ได้เริ่มจากการขายเครื่อง
แต่เริ่มจากการตอบคำถามสำคัญที่สุดก่อนว่า
“ปัญหาที่แท้จริงของระบบนี้คืออะไร?”

ขอบเขตบริการที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสียแบบครบวงจร
1) วิเคราะห์ระบบน้ำเสียเดิม (On-site Assessment)
- ตรวจคุณภาพน้ำเสียจริงจากหน้างาน
- วิเคราะห์ค่า BOD, COD, SS, ความขุ่น และพารามิเตอร์สำคัญ
- ประเมินโครงสร้างและสภาพระบบเดิม
- ระบุสาเหตุที่ทำให้น้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์
2) ให้คำปรึกษาแนวทางปรับปรุงอย่างเหมาะสม
- ไม่เสนอเกินความจำเป็น
- เลือกแนวทางที่คุ้มค่าและดูแลได้จริง
- ลดการลงทุนซ้ำซ้อนในระยะยาว
3) ประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพน้ำ
- วิเคราะห์จุดเสี่ยงที่ทำให้คุณภาพน้ำไม่เสถียร
- แนะนำวิธีควบคุมระบบให้ทำงานสม่ำเสมอ
- ลดความเสี่ยงการไม่ผ่านเกณฑ์ในอนาคต
4) ออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับพื้นที่และงบประมาณ
- ออกแบบตามพื้นที่ติดตั้งจริง
- รองรับปริมาณน้ำเสียประมาณ 3–50 ตัน/วัน
- สอดคล้องข้อกำหนดด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อม
5) ติดตั้ง ปรับปรุง และดูแลหลังการขาย
- ทีมวิศวกรดูแลต่อเนื่อง
- สนับสนุนการใช้งานระยะยาว
- ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ

บริการนี้เหมาะกับใคร?
บริการที่ปรึกษาระบบบำบัดน้ำเสีย เหมาะกับสถานประกอบการที่ต้อง ควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งอย่างเข้มงวด เช่น
- ตลาด / ศูนย์อาหาร / ร้านอาหาร
- อาคารพาณิชย์
- โรงแรม / คอนโด
- โรงงานอุตสาหกรรม
จุดร่วมของกลุ่มเหล่านี้คือ
พื้นที่จำกัด แต่ต้องผ่านเกณฑ์กฎหมาย และไม่กระทบชุมชน
เทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาได้จริง: MBR All-in-One
MBR All-in-One คือระบบบำบัดน้ำเสียที่รวม
กระบวนการชีวภาพ + เมมเบรนกรองละเอียด ไว้ในเครื่องเดียว
จุดเด่นของระบบ MBR
- บำบัดน้ำเสียจบในเครื่องเดียว
- ไม่ต้องรื้อระบบเดิมทั้งหมด
- ติดตั้งบนดินได้ ไม่ต้องฝังใต้ดิน
- ใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับพื้นที่จำกัด
- คุณภาพน้ำทิ้งใส ความขุ่นต่ำ (≤ 1 NTU)
- ควบคุมคุณภาพน้ำได้สม่ำเสมอ
- มีระบบ IoT ตรวจสอบการทำงานแบบ Real-time
เหมาะกับโครงการที่ต้องการ
✔ แก้ปัญหาระบบเดิมที่ไม่เสถียร
✔ ควบคุมคุณภาพน้ำให้ผ่านเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ระบบบำบัดน้ำเสียกับ ESG และภาพลักษณ์องค์กร
การเลือกแนวทางบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม
ช่วยมากกว่าแค่ “ทำให้น้ำผ่านกฎหมาย”
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ลดความเสี่ยงข้อร้องเรียนจากชุมชน
- ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้านความรับผิดชอบ
- สอดคล้องแนวทาง ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ (FAQ)
Q: ระบบ MBR ช่วยให้น้ำทิ้งผ่านเกณฑ์จริงหรือไม่?
A: หากออกแบบตามสภาพหน้างานจริง ระบบ MBR สามารถควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้ผ่านเกณฑ์ควบคุมมลพิษได้อย่างมีเสถียรภาพ
Q: ระบบเดิมเก่ามาก จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดหรือไม่?
A: หลายกรณีสามารถปรับปรุงหรือเชื่อมต่อกับระบบเดิมได้ เพื่อลดต้นทุนและระยะเวลาดำเนินงานQ: พื้นที่จำกัดมาก สามารถติดตั้งระบบใหม่ได้หรือไม่?
A: ได้ ระบบ All-in-One ถูกออกแบบให้ใช้พื้นที่น้อย และติดตั้งบนดินได้
ติดต่อขอคำปรึกษาฟรี
บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
โทร: 02-290-1234, 065-630-5397
Line: @peerapatenergy
Email: supinya@peerapat.com, heatpump@peerapat.com
Website: peerapatenergy.com
การแก้ปัญหาน้ำทิ้งที่ถูกต้องเริ่มต้นจากการวิเคราะห์หน้างานอย่างมืออาชีพ

